• Home
  • / News
  • / จากข้อมูลหน้างาน สู่...

จากข้อมูลหน้างาน สู่การตัดสินใจทางวิศกรรม: บทเรียนจากการยกระดับประสิทธิภาพการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

Post Date : 3 July 2026

หนึ่งในประเด็นสำคัญจากเวทีสัมมนา “เส้นทางสู่การยกระดับประสิทธิภาพการเผาไหม้ด้วย Digitalization” คือ การเปลี่ยนผ่านสู่โรงงานหรือระบบอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ได้เริ่มจากการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการทำให้ “ข้อมูลหน้างาน” ถูกจัดเก็บ เชื่อมโยง วิเคราะห์ และนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้จริง

คุณศราวุธ คณิตปัญญาเจริญ วิศวกรระดับ 9 โรงไฟฟ้าแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้นำเสนอแนวคิดของระบบ iMO หรือ Intelligent Maintenance and Operation ซึ่งเกิดจากโจทย์สำคัญขององค์กรขนาดใหญ่ ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านของบุคลากร ข้อมูลจำนวนมากที่กระจัดกระจายจากหลายแหล่ง ระบบงานที่ต้องเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง ระบบ iMO จึงถูกพัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยรวมข้อมูล สนับสนุนการทำงานของทีมเดินเครื่องและบำรุงรักษา และเปลี่ยนแนวทางจากการซ่อมเมื่อเกิดปัญหา ไปสู่การติดตาม วิเคราะห์ แจ้งเตือน และวางแผนเชิงป้องกันมากขึ้น สอดคล้องกับแนวคิด Data-driven Maintenance & Operation ที่ช่วยให้องค์กรใช้ข้อมูลเป็นฐานในการบริหารความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

ในส่วนเรื่องของประสิทธิภาพ คุณณฐนน ยิ่งสมัคร วิศวกรระดับ 9 โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ได้ชี้ให้เห็นว่า ในการเดินเครื่องอุตสาหกรรม ประสิทธิภาพไม่สามารถแยกออกจาก Reliability และ Environment ได้ โดยเฉพาะในบริบทที่คุณภาพของเชื้อเพลิงถ่านหินที่มีความผันผวนและมีคุณภาพที่มีแนวโน้มลดลงทุกปี การรักษาเสถียรภาพของระบบจึงต้องอาศัยเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจสภาพจริงของกระบวนการได้ดีขึ้น

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ Heat Absorption Model ที่พัฒนาโดย EGAT เพื่อช่วยจำแนกสภาพความสะอาดหรือความสกปรกของ Boiler ร่วมกับระบบ EGAT Coal Scan System ซึ่งพัฒนาร่วมกับ MTEC เพื่อใช้เทคโนโลยี XRF และ Predictive Model ในการทำนายชนิดของถ่านหินและปริมาณแคลเซียมในถ่านหิน ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อปรับค่าการเผาไหม้และการใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง

คุณธีวินท์ ปลั่งศรีนนท์ หัวหน้าแผนกบำรุงรักษาหม้อน้ำ 2 โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ได้นำเสนอให้เห็นปัญหาหน้างานของระบบเผาไหม้และหม้อน้ำ โดยเฉพาะความผันผวนของคุณภาพถ่านหินและปัญหาปริมาณแคลเซียมในเถ้าที่สูง ซึ่งทำให้เกิดตะกรัน หรือ Slag ภายในระบบ

Slag ไม่ใช่เพียงคราบตะกรันสะสมในกระบวนการผลิต แต่เป็นปัจจัยที่รบกวนพื้นที่รับความร้อน ทำให้การถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ท่อมีประสิทธิภาพลดลง และหากเกิดการสะสมมาก อาจหลุดตกลงมาจนสร้างความเสียหายต่อท่อ ส่งผลต่อการหยุดเดินเครื่องและเกิดความสูญเสียด้านการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ

แนวทางที่นำมาใช้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการปรับแต่งอุณหภูมิและเงื่อนไขการเผาไหม้เพื่อลดการเกิด Slag ควบคู่กับการปรับการทำงานของ Cleaning Device โดยใช้ข้อมูลจาก Sensor และ Dashboard เพื่อให้การตัดสินใจหน้างานมีความแม่นยำและทันต่อสถานการณ์มากขึ้น

ในช่วงสุดท้าย คุณธีรยุทธ ทองบาล วิศวกรระดับ 9 โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ได้นำเสนอประเด็นเรื่อง Simulation และการพัฒนาแบบจำลองการเผาไหม้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญของการใช้เทคโนโลยีเพื่อ “มองเห็นสิ่งที่มองไม่เห็น” ภายในระบบจริง

การจำลองด้วย CFD และเครื่องมือทางวิศวกรรมไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อสร้างภาพจำลองที่สวยงาม แต่เพื่อช่วยให้ทีมงานเข้าใจพฤติกรรมของอากาศ ความร้อน การไหล และการกระจายตัวภายในระบบ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีผลต่อการตัดสินใจด้านการปรับปรุงกระบวนการ ความปลอดภัย ความเสถียร และประสิทธิภาพของระบบโดยรวม

บทเรียนสำคัญจากกรณีแม่เมาะคือ ปัญหาอุตสาหกรรมที่ซับซ้อนไม่สามารถแก้ได้ด้วยซอฟต์แวร์หรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของ People, Process และ Technology ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญหน้างาน กระบวนการทำงานที่เป็นระบบ ข้อมูลที่เชื่อถือได้ ไปจนถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับโจทย์จริงขององค์กร

สำหรับภาคอุตสาหกรรมในวงกว้าง ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่า Energy Efficiency และ Green Industry ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน แต่เป็นเรื่องของการยกระดับวิธีคิดในการบริหารโรงงาน จากการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ ไปสู่การใช้ข้อมูล แบบจำลอง และการวิเคราะห์เชิงวิศวกรรมเพื่อป้องกันความสูญเสีย เพิ่มเสถียรภาพ ลดต้นทุน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

EECi มองว่าบทเรียนเหล่านี้คือทิศทางสำคัญของการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ Green & Smart Industry ผ่านโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรม การทดสอบ การประเมินความพร้อม และการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม

เพราะในท้ายที่สุด Digitalization ที่สร้างคุณค่าให้โรงงาน ไม่ใช่เพียงการมีข้อมูลมากขึ้น แต่คือการทำให้ข้อมูลกลายเป็นความเข้าใจ และทำให้ความเข้าใจนั้นนำไปสู่การตัดสินใจที่ดีและเร็วขึ้นได้จริง

#EECi #EnergyEfficiency #GreenIndustry #SmartIndustry #Digitalization #DataDriven #CombustionOptimization #CFD #Simulation #PredictiveMaintenance #SustainableManufacturing #IndustrialTechnology #BoilexAsia2026 #PumpsAndValvesAsia2026

footer-shape