th | en
th | en

5 อันดับเทรนด์การดูแลสุขภาพในปี 2023

โพสเมื่อ : 24 มกราคม 2023

โลกในวันนี้เแตกต่างจากเมื่อสิบปีก่อนเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดในเรื่องของการดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการระบาดใหญ่ของ covid-19 รวมกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ การก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีและการแปลงทางดิจิทัล โดย Bernard Marr ได้สรุปแนวโน้มที่สําคัญด้านเทคโนโลยีด้านการดูแลสุขภาพในปี 2023 ไว้ดังนี้

#AI ในระบบการดูแลสุขภาพ

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะเครื่องมือแมชชีนเลิร์นนิง (ML) ในสายของการดูแลสุขภาพคาดว่าจะมีโอกาสที่จะมีมูลค่าสูงถึง 20 ล้านดอลลาร์ในปี 2023 นอกจากนี้ เทคโนโลยีในสายของ AI ต่างๆ เช่น computer vision การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural language processing) และอัลกอริธึมการพิจารณารูปแบบ (Pattern recognition algorithm)ได้ถูกนำมาใช้ในระบบนิเวศด้านการดูแลสุขภาพแล้วและจะยังคงถูกนํามาใช้เพิ่มขึ้นต่อไป

ในปี 2023 เราอาจมีการนำ AI มาใช้เพื่อการการค้นพบยา (drug discovery) ซึ่ง AI สามารถช่วยทํานายผลลัพธ์ของการทดลองทางคลินิกและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากยาใหม่ ตลอดจนการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้อัลกอริธึมการมองเห็นด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อระบุสัญญาณเตือนล่วงหน้าของโรคในรังสีเอกซ์หรือการสแกน MRI การตรวจหาและรักษาความผิดปกติทางระบบประสาท รวมทั้งโรคพาร์กินสันและโรคอัลไซเมอร์

นอกเหนือจากงานทางคลินิกแนวหน้าแล้ว AI ยังมีแอปพลิเคชันในงานธุรการ เช่น การประมวลผลการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนและการจัดการหรือการวิเคราะห์การเก็บเวชระเบียน นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมจากอุปกรณ์สวมใส่ของผู้ป่วยหรือเซ็นเซอร์ในบ้านที่เชื่อมเข้ากัย  Virtual Hospital เพื่อใช้ในการเตือนล่วงหน้าหรือการวินิจฉัยเชิงคาดการณ์ของเงื่อนไขต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้บ่งชี้ว่า AI และ ML จะยังคงเป็นเทรนด์ที่โดดเด่นในการดูแลสุขภาพตลอดทั้งปีที่จะถึงนี้

#Telehealth การดูแลสุขภาพระยะไกล

การดูแลสุขภาพจากระยะไกลได้ถูกนำมาใช้เพิ่มขึ้นในช่วงการระบาดใหญ่ แม้ตอนนี้เราจะเริ่มกลับมาพบแพทย์แบบตัวต่อตัวแล้วก็ตาม แต่ผู้บริโภคได้ตระหนักแล้วว่าระบบการแพทย์ทางไกลสามารถให้การดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าอย่างมากเมื่อเทียบกับการดูแลผู้ป่วยใน

นอกจากนั้นก็มีเรื่องของ  #Telemedicine ซึ่งครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่วิดีโอคอลหาแพทย์ไปจนถึงการผ่าตัดระยะไกลซึ่งศัลยแพทย์ทําการผ่าตัดกับผู้ป่วยในสถานที่ห่างไกลโดยใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ รูปแบบการดูแลสุขภาพระยะไกลอีกรูปแบบหนึ่งคือ virtual hospital ward ซึ่งเป็นระบบที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ส่วนกลางสามารถให้การดูแลผู้ป่วยระยะไกลได้หลายคนในเวลาเดียวกัน

ด้วยกระแสการดูแลสุขภาพด้วยตนเองที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและการขาดแคลนผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ การดูแลสุขภาพระยะไกลจึงเป็นอีกแนวโน้มที่เราจะเห็นเพิ่มขึ้นในปี 2023 อย่างแน่นอน

การดูแลสุขภาพผ่านร้านค้าปลีก

นักวิจัยของ Forrester กล่าวว่าจํานวนธุรกิจการดูแลสุขภาพที่ดําเนินการผ่านร้านค้าปลีกจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงปี 2023 เห็นได้ชัดเจนจากผู้ค้าปลีกอย่าง Walmart, Amazon มีการให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ เช่น การตรวจเลือด การฉีดวัคซีน และการตรวจสุขภาพ

แนวโน้มนี้จะมีการขยายตัวเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกนําไปสู่การตัดลดงบประมาณของหลายองค์กรและผู้คนเริ่มหันมารัดเข็มขัด สิ่งนี้ประกอบขึ้นโดยผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพรายย่อยที่ใช้ประโยชน์ในการสร้างบริการที่มาพร้อมกับความสะดวก คุ้มค่k และเข้าถึงได้ง่ายกว่า

อุปกรณ์การแพทย์ที่สวมใส่ได้ (Wearable Medical Devices)

#Warable ต่างๆ จะได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงปี 2023 ผู้คนจะใส่เพื่อติดตามกิจกรรมด้านสุขภาพและการออกกําลังกายของตนเอง รวมถึงแพทย์เพื่อตรวจสอบผู้ป่วยจากระยะไกล ด้วยความก้าวหน้าของ “Internet of Medical Things” ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากอุปกรณ์ง่ายๆ ที่ออกแบบมาเพื่อติดตามสัญญาณชีพ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจและระดับออกซิเจนในเลือด ไปจนถึงนาฬิกาอัจฉริยะที่สามารถสแกนที่ซับซ้อน เช่น คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ไปจนถึงสิ่งทออัจฉริยะที่สามารถตรวจจับความดันโลหิต และทํานายความเสี่ยงของโรคหัวใจวาย หรือถุงมืออัจฉริยะที่สามารถลดแรงสั่นสะเทือนที่ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันได้

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ที่สามารถตรวจสอบและตรวจจับสัญญาณของความเจ็บป่วยทางจิต โดยนำตัวชี้วัดทางกายภาพ เช่น ระดับกิจกรรม รูปแบบการนอนหลับ และอัตราการเต้นของหัวใจ มาใช้เพื่อตรวจแนวโน้มความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า

การดูแลสุขภาพส่วนบุคคล (Personalized Healthcare)

ในช่วงปี 2023 ผู้ป่วยจะมีโอกาสที่จะได้รับการดูแลสุขภาพที่เป็นส่วนตัวสําหรับพวกเขาโดยเฉพาะ ซึ่งรวมถึงแนวคิดของ precision medicine ซึ่งยาและการรักษาอื่น ๆ ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับผู้ป่วยแบบเฉพาะตัวโดยมีการนำปัจจัยต่างๆ มาใช้ในการวินิจฉัย เช่น อายุ ข้อมูลทางพันธุกรรมหรือจีโนมของบุคคล และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ โดยอาจมีการนำอัลกอริทึม AI และ ML มาใช้เพื่อช่วยในการคาดการณ์เหล่านี้

การดูแลสุขภาพส่วนบุคคลบางครั้งยังใช้ในความสัมพันธ์กับการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยมีส่วนในการเลือกวิธีการในการรักษาและดูแลสุขภาพของพวกเขา

และนี่คือส่วนหนึ่งของแนวโน้มสําคัญตลอดปี 2023

กดติดตาม EECi เพื่อรับข่าวสารด้านนวัตกรรมที่น่าสนใจ

ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม email: info@eeci.or.th

=================================

Eastern Economic Corridor of Innovation (EECi)

Integrate Technologies, Accelerate Innovation

https://www.eeci.or.th/th/home

=================================

#healthcare #AI #ML #Telemedicine #Telehealth

ที่มา

The Top 5 Healthcare Trends In 2023

https://www.linkedin.com/pulse/top-5-healthcare-trends-2023-bernard-marr/?trackingId=42HdvHB1QJ2z0g2TFaWGLg%3D%3D

footer-shape