อุตสาหกรรมมุ่งเป้า
แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง และการขนส่งสมัยใหม่
โรงงานต้นแบบแบตเตอรี่ทางเลือกที่มีความปลอดภัยและเพื่อความมั่นคง
โครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมที่สำคัญในรูปแบบแพลตฟอร์มการเข้าถึงทรัพยากรแบบเปิด (Open Access Platform) เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ สามารถใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ เครื่องมือ และโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน โดยเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาและการเติบโตของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ภายในประเทศอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืน
บริการหลัก 4 ด้าน
1. การผลิตเซลล์แบตเตอรี่และการออกแบบโมดูลและแพ็ค
- ผลิตเซลล์แบตเตอรี่ทรงกระบอก 4680 ด้วยดีไซน์แบบ “tabless”
- ออกแบบโมดูลและแพ็ค ช่วยให้การกระจายความรอนและการควบคุมแระสิทธิภาพดีขึ้น
2. การวิเคราะห์ทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพของแบตเตอรี่
บริการวิเคราะห์ทดสอบแบตเตอรี่ตามมาตรฐานสากล เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ผลิตและผู้ใช้งานแบตเตอรี่ภายในประเทศ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ให้มีความน่าเชื่อถือและได้มาตรฐาน โดยดำเนินการทดสอบด้วยเครื่องมือที่รองรับมาตรฐานสากล ได้แก่ UN38.3, IEC 62133-2 และ มอก. 2217 มีการทดสอบในรายการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
- Altitude Simulation
- Thermal Test
- Vibration
- Shock
- Drop
- External/Internal Short Circuit
- Impact / Crush
- Overcharge
- Forced Discharge

3. การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่
รับจ้างวิจัยและพัฒนาสูตรต้นแบบเซลล์แบตเตอรี่และต้นแบบโมดูลแบตเตอรี่ ตลอดจนให้บริการต่อยอดองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การพัฒนาเชิงประยุกต์และการขยายผลสู่การใช้งานจริง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม
4. การเสริมสร้างความรู้และทักษะ
บริการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรเชิงปฏิบัติการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ให้มีทักษะขั้นสูง โดยเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติงานจริง และให้คำปรึกษาด้านประกอบชิ้นส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงมุ่งสร้างและเสริมกำลังบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับระบบนิเวศอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง
โรงงานต้นแบบการขึ้นรูปแบบขนาดใหญ่และการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย
ศูนย์กลางด้าน Advanced Manufacturing และ Non-Destructive Testing (NDT) ที่ผสานเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่เข้ากับระบบ Automation และ Robotics อย่างครบวงจร เพื่อสนับสนุนการพัฒนา ทดสอบ และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรมไทย โครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือที่ทันสมัยภายในโรงงานต้นแบบได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีตั้งแต่ระดับการวิจัย การทดสอบกระบวนการผลิต ไปจนถึงการประยุกต์ใช้งานจริงในสายการผลิตของภาคอุตสาหกรรม
ด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีด้านการผลิตขั้นสูงและการตรวจสอบแบบไม่ทำลายให้สามารถช่วยภาคอุตสาหกรรมเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต ลดต้นทุนและของเสียในกระบวนการผลิต พร้อมยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการต่อยอดนวัตกรรมให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคอุตสาหกรรม โรงงานต้นแบบแห่งนี้จึงทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่ Industry 4.0 อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
1. Integrated Advanced Manufacturing & Inspection
การบูรณาการเทคโนโลยี Advanced Manufacturing, Advanced Inspection (NDT) และ Automation ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้สามารถพัฒนา ทดสอบ และตรวจสอบชิ้นงานได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพ
- Industrial Collaboration Platform ศูนย์กลางในการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อ ร่วมพัฒนาเทคโนโลยี ทดลองกระบวนการผลิต และแก้ไขปัญหาทางวิศวกรรม ก่อนนำไปใช้งานจริงในสายการผลิต ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจในการลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่
- Large-scale & Complex Component Capability รองรับการผลิตและตรวจสอบ ชิ้นงานขนาดใหญ่และซับซ้อน ด้วยระบบหุ่นยนต์หลายแกนและระบบรางเคลื่อนที่อัตโนมัติ ซึ่งสามารถทำงานครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่และเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน
2. Automation & Robotics-based Inspection
การใช้ Robotics และ Automation ในการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย (NDT) ช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อนจากการตรวจสอบโดยมนุษย์ และเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบในกระบวนการผลิตจริง
3. Multi-Industry Application
เทคโนโลยีสามารถรองรับการใช้งานในหลายอุตสาหกรรม เช่น
- ยานยนต์และ EV
- อากาศยาน
- พลังงานและปิโตรเคมี
- แม่พิมพ์และเครื่องจักรอุตสาหกรรม
4. Cost & Risk Reduction Before Industrial Deployment
ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถ ทดลองและปรับปรุงกระบวนการผลิตก่อนการลงทุนจริง ลดต้นทุน ลด lead time และเพิ่มความยืดหยุ่นในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่
การให้บริการด้าน Additive Manufacturing (WAAM)
- Large Prototype Fabrication บริการร่วมพัฒนาและผลิตต้นแบบชิ้นงานโลหะขนาดใหญ่ด้วยเทคโนโลยี Wire Arc Additive Manufacturing (WAAM) ซึ่งเป็นกระบวนการขึ้นรูปโลหะโดยการเติมเนื้อโลหะจากลวดเชื่อมด้วยพลังงานจากอาร์คไฟฟ้า เหมาะสำหรับการผลิตชิ้นงานขนาดใหญ่ที่มีรูปทรงซับซ้อน และชิ้นงานที่ต้องการความยืดหยุ่นในการออกแบบ บริการครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนากระบวนการผลิต การออกแบบแนวทางการสร้างชิ้นงาน ไปจนถึงการผลิตต้นแบบเพื่อทดสอบและประเมินสมรรถนะก่อนนำไปสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม ช่วยลดต้นทุนการพัฒนา ลดระยะเวลาในการผลิตหรือนำเข้าชิ้นงานจากต่างประเทศ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับปรุงแบบชิ้นงาน
- Automated Repairing System บริการพัฒนาระบบซ่อมแซมและเติมเนื้อโลหะแบบอัตโนมัติสำหรับชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูง โดยใช้เทคโนโลยีการเชื่อมร่วมกับระบบหุ่นยนต์และระบบควบคุมอัตโนมัติ ระบบสามารถประยุกต์ใช้กับการซ่อมแซมชิ้นส่วนอุตสาหกรรม เช่น แม่พิมพ์ โครงสร้างโลหะ หรือชิ้นส่วนเครื่องจักร ช่วยยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วน ลดต้นทุนการเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงรักษาในภาคอุตสาหกรรม
การให้บริการด้าน Non-destructive Testing (NDT)
- Thermography Inspection บริการพัฒนาและประยุกต์ใช้ระบบตรวจสอบแบบไม่ทำลายด้วยเทคนิค Thermography เพื่อตรวจจับความผิดปกติภายในชิ้นงาน เช่น การแยกชั้น (Delamination) รอยร้าว (Crack) หรือข้อบกพร่องในวัสดุคอมโพสิตและโครงสร้างอุตสาหกรรม ระบบสามารถทำงานร่วมกับ Automation และ Robotics เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความสม่ำเสมอในการตรวจสอบ พร้อมรองรับการตรวจสอบชิ้นงานขนาดใหญ่หรือพื้นที่ตรวจสอบขนาดกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Ultrasonic Phased Array Testing บริการตรวจสอบชิ้นงานด้วยเทคนิค Phased Array Ultrasonic Testing (PAUT) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีอัลตราโซนิกขั้นสูงที่สามารถตรวจสอบข้อบกพร่องภายในวัสดุได้อย่างละเอียดและแม่นยำ เหมาะสำหรับการตรวจสอบแนวเชื่อม โครงสร้างโลหะ และชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง โดยสามารถพัฒนาระบบตรวจสอบให้ทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบในสายการผลิต
- Industrial CT-Scan Inspection บริการตรวจสอบโครงสร้างภายในของชิ้นงานแบบสามมิติด้วยเทคโนโลยี Industrial Computed Tomography (CT-Scan) ซึ่งใช้รังสีเอกซ์สร้างภาพตัดขวาง (Cross Section) ของชิ้นงานจากหลายมุมมอง และนำมาประมวลผลเป็นภาพสามมิติ ทำให้สามารถวิเคราะห์โครงสร้างภายในของชิ้นงานได้อย่างละเอียดโดยไม่ต้องทำลายชิ้นงาน เทคโนโลยีนี้ช่วยให้สามารถตรวจสอบความสมบูรณ์ของโครงสร้างภายใน ตรวจจับข้อบกพร่อง เช่น รูพรุน รอยร้าว หรือความไม่ต่อเนื่องของวัสดุ จึงเหมาะสำหรับการตรวจสอบคุณภาพ การวิเคราะห์ปัญหาของผลิตภัณฑ์ และการประเมินความสมบูรณ์ของชิ้นงานในกระบวนการพัฒนาและควบคุมคุณภาพในการผลิตของภาคอุตสาหกรรม