Synchrotron Radiation Facility

Synchrotron Radiation Facility

          ปัจจุบัน เครื่องกำเนิดแสงสยาม ณ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ถือเป็นเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนรุ่นที่ 2 มีระดับพลังงาน 1.2 พันล้านอิเล็กตรอนโวลต์ (GeV) ซึ่งมีระดับพลังงานต่ำ ความเข้มแสงต่ำ และขนาดลำแสงใหญ่ครอบคลุมในช่วงความยาวคลื่นตั้งแต่รังสีอินฟราเรดจนถึงรังสีเอกซ์พลังงานต่ำ ข้อจำกัดของเครื่องคือไม่สามารถติดตั้งอุปกรณ์แทรกเข้าไปได้อีก กอปรกับมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 30 ปี ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ทำให้ขอบเขตการใช้เพื่องานวิจัยเชิงลึกทั้งด้านอุตสาหกรรมและทางการแพทย์ระดับแนวหน้า (Forefront Research) ไม่ครอบคลุมและการใช้ประโยชน์ของเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนรองรับงานวิจัยได้จำกัด ดังนั้น ประเทศไทยจึงมีความจำเป็นที่ต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีเครื่องกำเนิดแสงซินโคร ตรอนรุ่นใหม่ในประเทศ เพื่อเพิ่มพื้นฐานความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยการวิจัยพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เป็นพลังขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
          การมีเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV และห้องปฏิบัติการขึ้นภายในประเทศจะส่งผลให้เกิดความเข้มแข็งและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมทั้งสนับสนุนการวิจัยพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ แก้ปัญหาภาคการผลิตแก่ภาคอุตสาหกรรมของประเทศ รวมถึงเป็นแหล่งบูรณาการงานวิจัยและสร้างความร่วมมือการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศเพื่อการเป็นผู้นำในอาเซียนและก้าวเข้าสู่ประเทศชั้นแนวหน้าของเอเชียและแปซิฟิค 
          เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV และห้องปฏิบัติการ มีขนาดเส้นรอบวงประมาณ 320 เมตร ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation, EECi) จังหวัดระยอง การมีเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนใน EECi จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อใช้ในการแก้ปัญหา ปรับปรุง คุณภาพของผลิตภัณฑ์เดิม หรือคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะส่งเสริมให้ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของไทยเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และก่อให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย
         โครงการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV และห้องปฏิบัติการ ใช้ระยะเวลาดำเนินงานสำเร็จได้ภายในเวลาไม่เกิน 10 ปี และมีการดำเนินงานแบ่งเป็นขั้นตอนสำคัญ 5 ระยะ คือ 1) การออกแบบและเตรียมความพร้อมของโครงการโดยคำนึงถึงความเหมาะสมทั้งด้านพื้นที่ ด้านเทคนิคและวิศวกรรม ด้านความปลอดภัยการได้มาตรฐานในการออกแบบ 2) กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยทำแผนการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงสัญญาการก่อสร้าง จัดเตรียมความพร้อมของ TOR สรรหาผู้ลิตและจำหน่ายให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานโครงการ 3) กระบวนการผลิต สร้าง ประกอบชิ้นงาน และทดสอบส่วนชิ้นอุปกรณ์ต่างๆ โดยจะแบ่งกระบวนการผลิตออกเป็นการผลิตโดยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) การผลิตโดยผู้จัดจำหน่าย (Supplier) และการผลิตโดยการแสวงหาความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอื่นๆ 4) กระบวนการติดตั้งหรือประกอบชิ้นส่วนต่างๆ รวมถึงการทดสอบระบบรับรองส่วนประกอบต่างๆ และ 5) การเตรียมความพร้อมเพื่อการใช้งาน (Commissioning)
          การที่ประเทศไทยจะมีเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV ในอีก 9 ปีข้างหน้า ถือเป็นการวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยการใช้ความรู้และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม เป็นปัจจัยขับเคลื่อนประเทศอย่างเข้มข้น การใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ช่วยให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างมากมายและไม่หยุดยั้ง นำไปสู่การแก้ไขปัญหา ลดต้นทุน ลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และเพิ่มศักยภาพให้ภาคการผลิต การบริการ รวมถึงภาคสังคมเพื่อมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคอุตสาหกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพื่อนำพาประเทศก้าวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 เชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยศักยภาพและความพร้อมดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางวิจัยด้านแสงซินโครตรอนชั้นแนวหน้าในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค ในอนาคต 
          สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV หรือสูงกว่าในพื้นที่ EECi ด้านความเหมาะสมเชิงกายภาพ โดยมีรายละเอียดสรุปดังต่อไปนี้ 

  • ความมั่นคงทางธรณีวิทยา: พื้นที่ EECi นั้น ตั้งอยู่ในบริเวณภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ซึ่งมีความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวเขต 1 (ความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวระดับต่ำ) จึงมีความเหมาะสมทางด้านพื้นที่ในการจัดตั้งเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนฯ ในบริเวณดังกล่าว
  • ด้านการเข้าถึง: เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนฯ ที่จะสร้างขึ้นอยู่ในพื้นที่ EECi จะเป็นจุดศูนย์กลางการคมนาคมที่สะดวกกับกลุ่มผู้ใช้ในภูมิภาคใกล้เคียงดังกล่าว อีกทั้งยังมีช่องทางการคมนาคมที่หลากหลายและสะดวกต่อการเดินทาง ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเข้าใช้ประโยชน์จากแสงซินโครตรอนและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องของกลุ่มผู้ใช้ดังกล่าวฯ ในอนาคต 
  • ด้านความใกล้เคียงกับเขตอุตสาหกรรม:  นิคมอุตสาหกรรมหลัก ๆ ของประเทศไทยตั้งอยู่ที่ภาคตะวันออก ในพื้นที่ 3 จังหวัดคือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง (อยู่ในพื้นที่ EEC) นอกจากนี้ยังมีเขตอุตสาหกรรมอื่น ๆ โดยรอบพื้นที่ EECi ที่สามารถจะเข้ามาใช้ประโยชน์จากแสงซินโครตรอนและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องฯ เพื่อการวิจัยและพัฒนาได้
  • ด้านความใกล้เคียงกับสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์และมหาวิทยาลัย:  ในบริเวณพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์มีพื้นที่สำหรับพักอาศัย สถานที่พบปะสังสรรค์ สถานที่ออกกำลังกาย พื้นที่สีเขียวยั่งยืน โรงแรม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รวมถึงโรงเรียนนานาชาติ/โรงเรียนสองภาษา เพื่อรองรับนวัตกรรม ผู้เชี่ยวชาญไทยและต่างประเทศ เอกชน ตลอดจนกลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ เพื่อให้เป็นพื้นที่เพื่อการพัฒนานวัตกรรมของประเทศไทย พื้นที่ดังกล่าวจึงมีความเหมาะสมในการจัดตั้งเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนฯ
  • ด้านรูปแบบการดำเนินธุรกิจหรือความเป็นไปได้ในการร่วมพัฒนาฯ: โดยสิทธิประโยชน์การส่งเสริมการลงทุนบริเวณพื้นที่ EECi เหล่านี้ รวมทั้งการลงนามความร่วมมือระหว่าง EEC กับประเทศต่าง ๆ การมีเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนจะช่วยเพิ่มความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างกันตามนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 รวมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์และเตรียมการวางแผนความร่วมมือด้านการลงทุนในพื้นที่ EECi ที่มุ่งเน้นการสนับสนุนการพัฒนาด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจพื้นฐาน และร่วมเป็นสื่อกลางในการให้ข้อมูลแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมได้

          สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV ในพื้นที่ EECi ดังแสดงในภาพที่ 4-8 แล้วนั้นพบว่ามีความเหมาะสมเชิงกายภาพ กล่าวคือมีความมั่นคงทางธรณีวิทยา สามารถเข้าถึงได้สะดวก อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับเขตอุตสาหกรรม อยู่ใกล้เคียงกับสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์และมหาวิทยาลัย

เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV ในพื้นที่ EECi

ผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการ : ในปัจจุบันเทคโนโลยีขั้นสูงได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจในหลายด้าน ทำให้เกิดการค้นพบองค์ความรู้ และการคิดค้นเทคนิคใหม่ๆ ส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าทั้งทางการแพทย์ การเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม อย่างรวดเร็ว ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ นอกจากส่งผลต่อการปรับปรุงคุณภาพชีวิตแล้ว ยังมีความสำคัญต่อศักยภาพในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV สามารถให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบ (ปี พ.ศ. 2570) จะนำมาซึ่งการพัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน การประยุกต์ใช้ และนวัตกรรมต่าง ๆ โดยจะก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านต่าง ๆ สรุปพอสังเขปได้ดังนี้

ด้านวิชาการ

ประโยชน์ทางตรง

ประโยชน์ทางอ้อม

  • เป็นศูนย์กลางในการวิจัยชั้นสูงในภูมิภาคอาเซียน
  • เกิดงานวิจัย งานพัฒนา และนวัตกรรมใหม่ ที่ต้องใช้เทคนิคการทดลองขั้นสูง เช่น งานวิจัยด้านการแพทย์ (Medical researches) ซึ่งรวมงานวิจัยเกี่ยวกับวัสดุการแพทย์ ยารักษาโรค โครงสร้างระดับโมเลกุลของเอนไซม์และไวรัส สารสกัดจากสมุนไพรไทย และอื่น ๆ งานวิจัยด้านวัสดุชั้นสูง (Advanced materials/Functional materials) งานวิจัยด้านพลังงานทดแทน งานวิจัยด้านโบราณคดีและมรดกวัฒนธรรม
  • เกิดความร่วมมือ หรือร่วมลงทุนในการทำงานวิจัยกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่นภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ
  • ก่อให้เกิดเครือข่ายและความร่วมมือในการพัฒนาขีดความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับนานาชาติ
  • ก่อให้เกิดการสร้างและพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภายในประเทศ
  • สร้างชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศจากการสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรม
  • ก่อให้เกิดผลงานวิจัยที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและอุตสาหกรรมภายในประเทศ
  • การเพิ่มอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยด้านโครงสร้างพื้นฐาน (ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านเทคโนโลยี)

ด้านอุตสาหกรรม/ภาคเอกชน

ประโยชน์ทางตรง

ประโยชน์ทางอ้อม

  • ให้บริการแสงซินโครตรอนและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง สำหรับงานวิจัยและพัฒนาให้แก่ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง
  • เกิดงานวิจัย งานพัฒนา และนวัตกรรมร่วมกันกับภาคอุตสาหกรรมต่างๆ
  • เกิดความร่วมมือ หรือร่วมลงทุนในการทำงานวิจัยภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ
  • มีรายได้จากการให้บริการและคำปรึกษาจากภาคเอกชน
  • สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ภายในประเทศมีคุณภาพและประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น เนื่องจากมีเครื่องมือที่ทันสมัย
  • ลดต้นทุนการผลิตให้แก่ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ
  • ลดการนำเข้าจากต่างประเทศสำหรับสินค้า หรืออุปกรณ์บางประเภท เช่น แม่เหล็ก อุปกรณ์สุญญากาศ เป็นต้น
  • การเพิ่มอันดับความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตทางธุรกิจของประเทศ
  • มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอน

ด้านสังคมและประเทศชาติ

ประโยชน์ทางตรง

ประโยชน์ทางอ้อม

  • เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญของประเทศสำหรับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป และเนื่องจากการที่ห้องปฏิบัติการนี้จะเป็นห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศ จะเป็นที่ที่ทำให้เยาวชนไทยเกิดแรงบันดาลใจที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ในอนาคตด้วย
  • สร้างสรรค์งานวิจัยที่พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนรวมถึงผู้ด้อยโอกาส
  • สร้างสรรค์งานวิจัยเพื่ออนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สื่อไป เช่น การผลิตกระจกเกรียบโบราณ การวิจัยลูกปัดโบราณ การวิจัยเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง เป็นต้นซึ่งงานวิจัยเหล่านี้นอกจากที่จะสามารถบอกถึงประวัติศาสตร์ความเป็นไปในสมัยโบราณแล้ว (กระบวนการผลิตในสมัยโบราณ หรือความเชื่อมโยงระดับกลุ่มอารยธรรม) ยังสามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับงานบูรณะปฏิสังขรณ์ด้วย
  • ก่อให้เกิดการสร้างและพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภายในประเทศ
  • ก่อให้เกิดผลงานวิจัยที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและอุตสาหกรรมภายในประเทศ
  • สร้างความเข้มแข็งในการเชื่อมโยงระหว่างสถาบันฯ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0