EECi ตั้งอยู่ที่วังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง บนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 344 (บ้านบึง – แกลง) ภาคตะวันออกของประเทศไทย อยู่ห่างจากสถานที่ต่างๆ ดังนี้

  • 160 กิโลเมตร จากกรุงเทพมหานคร
  • 170 กิโลเมตร จากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง
  • 130 กิโลเมตร จากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
  • 90 กิโลเมตร จากท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา
  • 90 กิโลเมตร จากเมืองพัทยา
  • 78 กิโลเมตร จากท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง
  • 68 กิโลเมตร จากท่าเรือมาบตาพุด
  • 110 กิโลเมตร จากท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ

โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบนพื้นที่ EEC

  • ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา  (มูลค่าการลงทุน 200,000 ล้านบาท)
  • เมืองใหม่/โรงพยาบาล  (มูลค่าการลงทุน 400,000 ล้านบาท)
  • พัฒนาด้านการท่องเที่ยว  (มูลค่าการลงทุน 200,000 ล้านบาท)
  • พัฒนาอุตสาหกรรม  (มูลค่าการลงทุน 500,000 ล้านบาท)
  • มอเตอร์เวย์  (มูลค่าการลงทุน 35,300 ล้านบาท)
  • รถไฟรางคู่  (มูลค่าการลงทุน 64,300 ล้านบาท)
  • รถไฟความเร็วสูง  (มูลค่าการลงทุน 158,000 ล้านบาท)
  • ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง  (มูลค่าการลงทุน 88,000 ล้านบาท)
  • ท่าเรือมาบตาพุด  (มูลค่าการลงทุน 10,150 ล้านบาท)

EECi ดำเนินการโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมใน 6 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ดังนี้

  1. เกษตรสมัยใหม่และเทคโนโลยีชีวภาพ
  2. เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ
  3. แบตเตอรีประสิทธิภาพสูงและขนส่งสมัยใหม่
  4. ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
  5. เทคโนโลยีการบินและอวกาศ
  6. เครื่องมือทางการแพทย์

EECi ประกอบด้วย เมืองนวัตกรรมขนาดใหญ่ 3 กลุ่ม คือ BIOPOLIS ARIPOLIS และ SPACE INNOPOLIS ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ เอกชน ชุมชนในพื้นที่และหน่วยงานพัฒนาเทคโนโลยีทั้งในและต่างประเทศ เพื่อร่วมพัฒนา EEC ผ่านการสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม อาทิ โรงงานต้นแบบ โรงงานสาธิต พื้นที่ทดลองผลิต สนามทดลองและทดสอบ ศูนย์กลางการวิเคราะห์ทดสอบและการมาตรฐาน

การออกแบบกลุ่มอาคารเมืองนวัตกรรมภาคตะวันออก Phase 1A จะเริ่มดำเนินการก่อสร้าง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2564

ภาคเอกชนสามารถใช้บริการหรือเช่าพื้นที่ระยะยาว เพื่อทำนวัตกรรมของบริษัทได้ โดยได้รับสิทธิประโยชน์ BOI สูงสุด และยังเป็นเขตผ่อนปรนกฎระเบียบสำหรับนวัตกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ด้วย

สิทธิประโยชน์และการสนับสนุน

  • สิทธิการเช่าที่ดินระยะยาวสำหรับจัดตั้งศูนย์วิจัย และ อาคารเช่าเพื่อการวิจัยและพัฒนา
  • โครงสร้างพื้นฐานที่สามารถใช้สอยร่วมกัน อาทิ อุปกรณ์/เครื่องมือวิเคราะห์ทดสอบ โรงผลิตชิ้นงานต้นแบบ        
  • พื้นที่ทำงานร่วม สนามทดลองและทดสอบ
  • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 13 ปี
  • อัตราภาษีเงินได้บุคลลธรรมดา 17% คงที่ สำหรับผู้เชี่ยวชาญ
  • ยกเว้นอากรนำเข้าวัตถุดิบสำหรับการทำวิจัยและพัฒนา
  • วีซ่าสำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ
  • พื้นที่ผ่อนปรนกฎระเบียบในการทำนวัตกรรม (Sandbox) และเป็นแหล่งรวมนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัย